[SF] Do You Love Me :: HangengxHeechul ::
posted on 20 May 2007 13:15 by bipolardisorder in fiction[SF] Do you Love Me :: HangengxHeechul ::
/////////////////////////////////////
นายกลับไปเมืองจีนคิดถึงฉันบ้างไหม
อืม .. คิดถึงซิ
พลันสัมผัสจากริมฝีปากบอบบางสีชมพูเรื่อก็ทางทับลงบนผิวแก้ม แล้วร่างสูงก็ยิ้มและหัวเราะให้กับกล้อง
ปั่ก !!!
เสียงรีโมทคอนโทรลปลิวระริ่วลอยจากในมือตกกระทบโต๊ะรับแขกเสียงดังสนั่น ตัวต้นเหตุนั้นนั่งหน้ามุ่ยอยู่บนโซฟา สายตาไม่ได้ละออกจากจอแก้วสี่เหลี่ยมแต่อย่างใด ภาพตรงหน้าฉายชัดว่าเป็นตัวเองและร่างสูงของอีกคนหนึ่ง รูปบนจอนิ่งสนิทเพราะเจ้าตัวกดปุ่มพอซเอาไว้ มันเป็นเทปที่ทีมงานให้มาจากการไปอัดรายการโชว์เมื่อครั้งที่แล้ว ตอนที่คนตัวสูงกลับมาจากบ้านเกิดแล้วเขาก็มอบจุมพิตนั้นให้ ที่หงุดหงิดนะเหรอ ก็เพราะรอยยิ้มที่ได้กลับมานั่นล่ะ รอยยิ้มที่เห็นได้ทุกครั้ง นี่รู้บ้างไหมว่าที่เขาพูดออกไปที่ทำออกไปมันความรู้สึกที่แท้จริงของเขานะ แต่ ไอ่อาการตอบกลับมาแบบไม่สนใจใส่ใจตัวเขาแบบนั้น เคืองนะรู้ไหม กระฟัดกระเฟียดไม่รู้จะระบายลงกับอะไร ข้าวของใกล้มือตอนนี้กระจายเกลื่อนรอบห้อง
ทำอะไรของนายฮีซอลไหงห้องมันรกอย่างนี้ฟ่ะ
เสีบงบ่นดังให้ได้ยินพร้อมการปรากฏตัวของไอ่หมีตัวใหญ่ คิมคังอินเดินเข้ามาในห้องรับแขกพลางจูงมือของปาร์คลีทึกให้เดินตามมาติดๆ สายตาคมตวัดควับ
ก็แล้วมันเรื่องอะไรของนายล่ะ
อ้าว อารมณ์ไม่ดีแล้วอย่ามาลงกับข้าวของเด่ะ เสียดายของนะเฟ้ย
เอา แล้ว เอาเข้าแล้วไง ลีทึกยกมือขึ้นปาดเหงื่อ คู่นี้เจอกันทีไรต้องเกิดแบทเทิ่ลย่อยๆขึ้นทุกครั้งไป รู้อยู่เต็มอกว่าฝีปากคุณฮีซอลเธอใช่ย่อยเสียทีไหนแต่คังอินก็ต้องวิ่งเข้า ใส่แถมยังแสดงท่าทีสนุกสนานให้คนอื่นได้เห็นจนอดสงสัยไม่ได้ว่ากัดกันมัน สนุกตรงไหน ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครกล้าถามออกไปตรงๆเลยสักคนเมื่อ สงครามเริ่มแล้วก็อย่าหวังว่าจะได้ยุติลงง่ายๆ แถมลีทึกเองก็คำนวณแล้วว่าตัวเองคงไม่มีความสามารถเพียงพอในการห้ามทัพให้ สงบ ภาวนาว่าจะมีปาฏิหาริบังเกิดโดยพลันเสียง โต้เถียงยังคงดำเนินเรื่อยแถมจะหนักหน่วงขึ้น ลีทึกยังคงถอนหายใจเฮือก เฮือก แล้วก็ เฮือก ... ดูเหมือนเสียงทะเลาะกันมันจะดังออกไปถึงชั้นบน ดังนั้นร่างสูงของใครคนหนึ่งจึงได้ก้าวเข้ามาในห้องรับแขก ดวงตาของลีทึกเป็นประกายวิบทันทีที่เห็นบุคคลผู้เข้ามาใหม่ คนที่จะทำให้ Life could get better
เล่นอะไรกันเสียงดังไปถึงข้างบน
คงจะเป็นคนเดียวในวงแล้วล่ะที่เห็นว่าสองคนนี้เล่นกันอยู่
มาก็ดีแล้วฮัน ดูแลเจ้านี่มันให้ดีๆหน่อยซิ วันๆเอาแต่จะหาเรื่องคนอื่น
มันใครกันที่มาหาเรื่องคนอื่นก่อนนะ พูดให้ดีๆนะไอ่หมีควาย
ใครหมีควายฟ่ะ
ก่อนที่มันจะลุกลามไปมากกว่านั้น ฮันเกิงดึงตัวของฮีซอลออกมา แขนยาวกดแนบไว้บนไหล่เพรียวดันคนตัวเล็กบอบบางให้แนบชิดกับตัวเอง
พวกนายนี่เล่นกันทีไรเป็นแบบนี้ทุกที ลีทึกรอนายนานแล้วนะคังอิน มัวแต่คุยกับฮีซอลอยู่ได้
ก็ไอ่คนดีของนายนั่นล่ะ ดูแลให้ดีๆหน่อยซิ ปล่อยเพ่นพ่านแบบนี้คนอื่นก็ไม่กล้าเดินไปไหนกันพอดี ไปเหอะทึกกี้ไปดูทีวีในห้องก็ได้ฟ่ะ
ลากลีทึกที่ยืนนิ่งอยู่นานออกไปจากห้องโดยไม่หันกลับมาสนใจฟังสวดจากร่างบางเลยแม้แต่น้อย
ครั้นพอเป็นห้องที่ไม่มีอีกคนอยู่ให้ถุ่มเถียงด้วยห้องรับแขกที่ดูจะวุ่นวายอยู่เมื่อครู่เงียบลงไปถนัดใจ ฮีซอลที่ไม่ได้ขยับปากขยับมือยืนนิ่งอยู่ในวงแขนนั้นไม่เคลื่อนไปไหน เจ้าของวงแขนเองก็ไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยออกเสียด้วย
จะวางแขนไปอีกนานแค่ไหน หนักนะ
อยากให้เอาออกจริงๆเหรอ
ขยับ ปากหันไปว่าจะกัดให้สักคำแต่ประกายระยิบในดวงตาคมที่ดูเหมือนจะจ้องมองอยู่ ก่อนแล้วทำเอาพูดไม่ออกหันกลับมาซุกหน้านิ่งปล่อยคำพูดรอดออกมาแผ่วเบา
ก็หนักนะซิ อึดอัด
แต่ฉันชอบนี่นา กอดนายเอาไว้แบบนี้อุ่นดีออก
ไออุ่นสัมผัสแก้มนุ่ม
ถ้าไม่ชอบจะเอามือออกนะ
หากกิริยาผกผันกับคำพูดเอื้อมมืออีกข้างรั้งเอวบางแล้วเลื่อนมือของตัวเองประสานกัน แรงรัดตรึงกดร่างบางให้แนบซบมากขึ้น เมื่อถูกกอดแน่นขึ้นทั้งๆที่น่าจะแว๊ดขึ้นมาแต่ฮีซอลกลับเฉย เพียงแต่ดิ้นขลุกขลัก
ดูอะไรอยู่ทำไมถึงโมโหแบบนี้ล่ะ
คำตอบอยู่ตรงหน้าแต่ดูเหมือนคนถามอยากได้คำตอบที่ออกมาจากริมฝีปากบางคู่นี้มากกว่า
ว่าไงล่ะทำไมถึงดูเทปตอนนี้แล้วต้องโมโหด้วย
ฮีซอลนึกค่อนในใจเพราะใคร ล่ะฉันถึงได้โมโห คนที่ยั่วโมโหฉันได้เก่งนักมันนายไม่ใช่รึไง ยิ่งรู้ว่าโมโหแล้วมาทำเกาะแกะแบบนี้มันยิ่งโมโหเข้าไปอีก ที่อยากจะด่าอยากจะว่าสักทีสองทีทำไมกลับทำไม่ได้ก็ไม่รู้
ฉันทำให้นายโกรธเหรอ
ใช่
แล้วตรงไหนล่ะที่ทำให้นายโกรธ
น้ำ เสียงนุ่มทุ้มที่หลายคนบอกว่าน่าฟังของฮันเกิงเอ่ยถาม ริมฝีปากนั้นขยับไม่ไม่ไกลแก้มเนียนเท่าไหร่ เจ้าตัวไม่ได้จงใจกดรอยสัมผัสแต่ตวัดฉิวผ่านผิวเนื้อ ทำแบบนี้จะให้หันไปวีนใส่แบบที่ตั้งใจได้ยังไงกันเล่า ฮีซอลได้แต่ยืนเฉยกัดริมฝีปากล่างของตัวเอง
ว่ายังไงล่ะ บอกฉันได้ไหม คราวหน้าฉันจะได้ไม่ทำให้นายอารมณ์เสียอีกยังไงล่ะ
ฮีซอลเบี่ยงตัวด้านข้างเข้าหาเงยสบดวงตาคู่คมกล้า
ฉันไม่ชอบรอยยิ้มของนาย
ทำไมล่ะ ?
นายนะไม่ดีใจเลยใช่ไหมที่ฉันจุ๊บนาย
ทำไมถึงคิดแบบนั้นล่ะ
ก็นายยิ้มแบบนั้นให้กล้องนี่แล้วยังจะหัวเราะอีก นี่คิดว่าที่ฉันจุ๊บนายหน้ากล้องนะก็เหมือนกันที่เจ้าพวกนั้นมันทำกันทั่วๆไปใช่ไหม
เหตุ เพราะอาศัยด้วยกันมานานทำงานด้วยกันหนักความสนิทสนมจึงมีให้กันอย่างทั่วถึง กิริยาอาการแตะเนื้อต้องตัวก็เป็นการแสดงความรักเพื่อนพ้องแบบหนึ่งที่ทำ การโจ่งแจ้ง กอดกันจุ๊บกันอย่างกับเพื่อนพ้องพี่น้อง
ฮันเกิงป่ายนิ้วเรียวยาวของตนเกลี่ยผมสีน้ำตาลที่ปรกหน้าตาคนในอ้อมแขนไม่ให้ รุงรัง นึกขำไม่ได้กับความคิดของอีกฝ่ายแต่ก็ไม่กล้าหลุดหัวเราะออกมาเพราะเดี๋ยว จะงอนกันไปใหญ่ ฮีซอลอาจจะเป็นคนเอาแต่ใจอยากได้อะไรก็ต้องได้ หาใครขวางคำบัญชาไม่มี แต่อาการพวกนั้นกลับช่างน่าเอ็นดูเมื่อมาเป็นกับฮันเกิง ถึงจะต้องคอยนั่งเอาอกเอาใจจนบ้างครั้งก็เหนื่อยอยู่สักหน่อยก็ตามที
ไม่ใช่ว่าฉันไม่ดีใจหรอกนะที่นายชิงหอมแก้มฉันนะ แต่ ... จะว่ายังไงดีล่ะ ขืนให้ฉันหันกลับไปมองนายตอนนั้น มีหวังเทปนี้คงได้ติดเรทจนอดออกอากาศแน่เลย
คำ ตอบที่ได้ฮีซอลพอใจหรือเปล่าไม่อาจคาดเดาแต่มันก็ทำให้ใบหน้าขาวเนียนแปร เปลี่ยนด้วยสีแดงเรื่อซับจางบนผิวแก้ม และยิ่งรับรู้ถึงสัมผัสที่รุกรานใกล้เข้ามาเต็มที่
ขอโทษนะที่ทำให้อารมณ์ไม่ดี วันหลังจะไม่ยิ้มก็ได้ถ้านายไม่ชอบ
ถ้าไม่ยิ้มจะทำอะไรทำหน้าตูดรึไง ขายไม่ออกกันพอดี
ก็เพราะรอยยิ้มของร่างสูงนี่ไม่ใช่เหรอที่มันชวนให้ลุ่มหลงกับความอบอุ่นที่แฝงเอาไว้
งั้นจะยิ้มแบบนี้เฉพาะกับนายคนเดียวดีหรือเปล่า
บ้า
ฮันเกิงอดไม่ได้ที่จะก้มหน้าสัมผัสริมฝีบางบาง เมื่อรอยสัมผัสประสานกันก็ไร้ซึ่งเสียงอื่นใดให้ได้ยลยินนอกจากเสียงคราญอันอ่อนหวาน ไม่ มีเสียงประท้วงหากแต่การตอบรับอย่างยินดี มือของฮีซอลจากที่แนบไว้ข้างลำตัวก็ยกคล้องคอกดบ่าฮันเกิงให้ต่ำลงมากเพื่อ รับรสสัมผัส จุมพิตที่เคลือบด้วยความหอมหวานล่อลวงให้ลองลิ้มเสพติดจนมิอาจถอดถอน
รักนะฮีซอล
กระซิบด้วยน้ำเสียงอ่อนนุ่มภาพหลังจากคลายริมฝีปากออก น้ำเสียงที่ใช้กับคนเพียงคนเดียว
เกลียดนายที่สุดเจ้าบ้า
ไม่สะท้านต่อคำว่าขานแม้แต่น้อยกอดรัดคลอเคลียแน่นไม่ปล่อย
ไม่จำเป็นต้องฟังคำรักหวานๆจากฮีซอลหรอกในเมื่อเจ้าตัวแสดงทุกอย่างออกมาชัดเจนแจ่มใจเสียแบบนี้
Fin