[Fic] I Finally Found You (1)-Hangeng/Heechul

posted on 19 Jul 2008 05:19 by bipolardisorder  in fiction

 

TITLE: I Finally Found You

Status: Chapter 1

AUTHOR: applepetz

RATING: PG

PAIRINGS: Hangeng|KimHeechul (Super Junior)

DISCLAIMER: เหตุการณ์ทั้งหมดในเรื่องเป็นการแต่งขึ้นมาเองไม่เคยเกิดขึ้นจริง สถานที่บางแห่งที่ปรากฏก็เป็นเรื่องสมมติ

COMMENTS: เลทมาเก้าวันเอง เรื่องนี้ถือว่าแต่งเนื่องในวันเกิดคุณคิมฮีซอลยนะ แฮะๆ ตอนแรกกะว่าจะเขียนฟิคแบบฮันมาเซอร์ไพร้วันเกิดประมาณนั้นอ่ะ แต่พอดีคิดมุขไม่ออก เลยหันมาแต่งฟิคนี้แทน เอิงเอย อย่าถามหาพาร์ทสองเน่อส์บอกไว้ก่อน ^^"


ผู้คนมากมายต่างวุ่นวายอยู่กับหน้าที่ของตัวเองในกอง ถ่ายแบบให้กับแมกกาซีนแฟชั่นยอดขายสูงฉบับหนึ่ง ระหว่างที่ต่่างคนเตรียมพร้อมกับหน้าที่ของตัวเองไปนั้นก็มีคนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่กำลังกดโทรศัพท์กันมือเป็นระวิง ลีซึงฮวานกำลังหน้าดำคร่ำเครียดกดย้ำๆ บนปุ่มโทรฯออกทั้งหมายเลขของโทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรศัพท์บ้าน แต่ไม่ว่าจะติดต่อไปที่หมายเลขไหนก็ไม่สามารถจะติดต่อได้เลยแม้แต่น้อย กระทั่งเส้นเลือดบนขมับปูดโปนออกมาด้วยความเครียดสูง

"ฮีซอลลลลล ฉันไม่น่าไว้ใจนายเลยจริงๆ"

เมื่อ หมดหวังกับการตามตัวนายแบบหน้าใหม่มาแรงของเอเจนซี่มาทำงาน ซึงฮวานก็หันไปเครียดกับการแก้สถาณการณ์กู้หน้าแทน ช่วยไม่ได้จะทำยังไงล่ะนอกจากจะเรียกตัวลีทึกมาแทนไปก่อนแล้วค่อยไปตกลงกับ ทางแมกกาซีน อย่างน้อยลีทึกก็เป็นนายแบบที่้กำลังเป็นที่นิยมอยู่ตอนนี้ หวังว่าทางแมกกาซีนคงยอมง่ายๆ ล่ะน่า 

อีก ด้านหนึ่งของกองถ่าย ปาร์คมินซองผู้ประสานงานกองถ่ายก็กดโทรศัพท์ของจนเสียให้ควั่ก หากสัญญาณจากปลายสายเป็นเสียงตอบรับจากโอเปอร์เรเตอร์เสียงใสทุกครั้งไป

" ตายหอง ทำไมดีว่ะติดต่อตากล้องไม่ได้" ฝ่ายนี้ก็เหงื่อตกไม่แพ้ด้านคนดูแลนายแบบ เพราะตากล้องที่ตกลงรับดูแลงานในวันนี้กลับติดต่อไม่ได้และไม่มีท่าทีว่าจะ โผล่มาทำงาน

"ลองตามคุณคังอินมาไหมครับ? ผมพอจะลองคุยให้ได้" ผู้ช่วยคนสนิทของมินซองเสนอทางแก้ให้

" อ่อ ลองดูๆ ตอนนี้ไม่ว่าใครก็ขอให้มาทำงานเถอะ ไม่งั้นคุณจินยองเล่นตายหองเลย ฝากนายจัดการด้วยล่ะกันฮยอนซูเดี๋ยวฉันจะลองไปดูฝากนู้นหน่อย ท่าทางนายแบบที่เราติดต่อไปก็หายตัวไปเหมือนกัน วันนี้มันวันอาเพศอะไรว่ะเนี๊ยะ"

มินซองสั่ง งานให้ผู้ช่วยคนสนิทแล้วเดินเข้าไปหาซึงฮวาน การตกอยู่ในสถาณการณ์เดียวกันก็ควรร่วมกันหาทางออก ดีกว่าจะปล่อยให้งานวันนี้เสียไป ทั้งค่าเช่าสถานที่ ทั้งค่าแรง ฯลฯ ถ้าวันนี้ไม่ได้ทำงานเท่ากับจ่ายเงินไปฟรีๆ เรื่องอะไรจะยอมให้ถูกนายด่าฟ่ะ แถมยังเสียเครดิตด้วยกันทั้งสองฝ่ายอีกต่างหาก เครียดจริงๆ เลยเฟ้ย


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -


ถึง แม้ว่าจะไม่ใช่เวลาเร่งรีบแต่จำนวนผู้คนที่ใช้รถไฟสาธารณะในการสัญจรก็ไม่ ได้มีจำนวนน้อยลง ผู้คนต่างเข้าออกชานชาลาไปตามแต่เส้นทางของตนเอง ท่ามกลางผู้คนที่เดินผ่านไปมาร่างสูงเพรียวที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้เสื้อกัน หนาวไหมพรมสีไข่ไก่ยาวคลุมเข่าทับเสื้อยืดพอดีตัวสีแดงดำและกางเกงลายสก๊อต สีเดียวกัน ถึงจะใช้ฮู๊ดคลุมหัวแถมยังซ่อนใบหน้าไว้ภายใต้แว่นกันแดดอันใหญ่แต่ก็บอกได้ เลยว่าชายหนุ่มคนนั้นดูสะดุดตาคนที่พบเห็นมากทีเดียว เจ้าตัวกำลังยืนลังเลใจอะไรสักอย่าง ริมฝีปากบางสวยเม้มเข้าอย่างคิดไม่ตก จากนั้นก็ใช้กำปั้นทุบลงบนฝ่ามืออีกข้างอย่างแรง

"เอาล่ะ ลองลงใต้ดูก็แล้วกัน"

ชาย หนุ่มพึมพำกับตัวเองด้วยเสียงดังเลยทีเดียวก่อนจะมุ่งตรงไปซื้อตั๋วโดยสาร รถไฟจากเครื่องจำหน่ายตั๋วอัตโนมัติ คิมฮีซอลกดเลือกสถานีปลายทางอย่างไม่ลังเลพลางหยอดธนบัตรลงในเครื่องตามราคา หากเครื่องเจ้ากรรมส่งเสียงร้องปี๊ดๆ ดังลั่นเพราะเขา่หยอดเงินขาดไป ชายหนุ่มรีบควานหาเศษเหรียญจากทุกซอกทุกมุมของร่างกายหากเป็นกรรมของเวรที่ ไม่เจอสักกะเหรียญเดียว

ชิปหาย ซวยล่ะตรู

เจ้า ตัวอุทานอยู่ในใจแต่ยังล้วงหาเศษเหรียญไม่เลิก ไอ่เครื่องเจ้ากรรมก็ดังปี๊ด ปี๊ด ปี๊ดอยู่นั่นล่ะ อ่าเฮ้อ รักษาหน้าคนสวยนิดนึงได้ป่ะล่ะ

ระหว่างที่ ฮีซอลยังไม่เลิกความพยายามก็มีมือของผู้ปรารถนาดีหยอดเหรียญใส่ในเครื่องตาม จำนวนที่มันต้องการ เจ้าเครื่องอัตโนมัติเลิกส่งเสียงร้องทันทีพร้อมคายบัตรโดยสารออกมาด้วย แล้วก็คนดีคนนั้นอีกล่ะที่ยื่นตั๋วโดยสารส่งให้เขา ฮีซอลยื่นมือไปรับแล้วอดจะขายหน้าเสียไม่ได้

"ขอบคุณนะครับ" ฮีซอลก้มหัวขอบคุณตามมารยาทอันควร แล้วซ่อนความขายหน้าไปในตัว

"ไม่เป็นไรหรอก แต่วันหลังก็เตรียมตัวไว้หน่อยล่ะกันมันเสียเวลาคนอื่นเขา"

... ปึด ... เหมือนได้ยินเสียงความอดทนขาดลง ฮีซอลรู้สึกว่าใบหน้าตัวเองร้อนผ่าว นายแบบชื่อดังซื้อตั็๋วรถไฟไม่เป็นก็ขายหน้าแล้ว ดันจะมาเจอตอกย้ำอีกเหรอ งั้นที่คิดว่าเป็นคนดีเมื่อกี้ก็ถอนคำพูดล่ะนะ ขอดูหน้าหน่อยเถอะใครหน้าไหนกล้าดีฉีกหน้าฮีซอลคนนี้กัน ฮีซอลเงยหน้าขึ้นหมายจะน๊อคเอ้าท์คนตรงหน้าแบบไม่ต้องนับ หากพอแค่เงยหน้าขึ้นสบตาไม่ทันได้อ้าปากอะไรกลับโดนหมัดขวาฮุคตรงเข้าใส่ จังๆ อย่างไม่ตั้งตัว

"เอ้า เสร็จแล้วก็ออกไปซิคนอื่นเขาจะจัดการซื้อบัตรบ้าง"

" นาย ... ไอ่" ฮีซอลพยายามสรรหาคำสรรเสริญมาทว่าสายตาของประชาชนอีกหลายคนที่ต่อแถวเบื้อง หลังทิ่มแทงมองมาทำให้เขาเริ่มประมวลผลไม่ถูก ความอายก่อตัวสาดซัดถาโถมไม่หยุดหย่อน

"อ่อ แล้วเศษเหรียญไม่ต้องเอามาคืนก็ได้นะ แค่นี้ไม่เป็นไรหรอก" คู่กรณีัคนเดิมส่งรอยยิ้มที่ฮีัซอลคิดว่ามันกวนบาทาที่สุดมาให้ระหว่างรอรับตั๋วโดยสาร คนปากไวอย่างฮีซอลมาเจอสถานการณ์แบบนี้เข้าก็เกิดอาการแรมน้อยไปชั่วขณะ บทเจริญพรที่นำมาใช้กับพี่ๆ น้องๆ อยู่บ่อยครั้งตอนนี้มันอ้ำอึ้งในคอ เกาหลีมุงทั้งหลายก็พุ่งสายตามาที่เขาไม่เลิกสักที อย่างให้แม่วีนนะเว้ย

" เดินทางดีๆ ล่ะอย่าไปเป็นภาระให้ใครเขาอีก" บัตรโดยสารในมือชายหนุ่มที่สูงกว่าเขาหลายเซนติเมตรตบปุ ปุลงบนบ่า ก่อนเจ้าตัวจะหายไปโดยแทรกไปกับฝูงชนมุ่งหน้าเข้าชานชาลาอย่างไม่รีรอ ตอนนี้เลยเหลือแต่ฮีซอลแต่ยังยืนอึ้งอยู่ พอจัดการปรับโหมดเสร็จเรียบร้อยร่างบางรีบรุดออกจากจุดเกิดเหตุัทันที

ไอ่บ้า ซวย ซวย ซวย ทำไมซวยแบบนี้    

ร่าง บางนึกก่นด่าอยู่ในใจ อุตส่าห์เลือกวันนี้โดดงานแท้ๆ แต่กลับเจอไอ่บ้าที่ไหนก็ไม่รู้ทำลายช่วงเวลาของเขาไปหมด อย่าได้มาเจอกันอีกเลยนะ สาธุ ฮีซอลเดินตามทางที่ร่างสูงในชุดเสื้อเชิ้ตและกางเกงสีดำสนิทผู้เป็นคู่กรณี เดินลงไปชานชาลา หวังว่าคงจะไม่ต้องมาเจอะเจอกันอีกเลยนะ ฮึ่ม

ชาน ชาลาฝั่งขาออกเมืองมุ่งหน้าลงภาคใต้มีผู้คนจำนวนบางตากว่าชานชาลาอีกฝั่งที่ เป็นทางเชื่อมระหว่างชานเมือง ดังนั้นผู้โดยสารที่ยืนรออยู่ตรงสถานีนี้มีบางตากว่ามาก เมื่อสอดส่องไปรอบด้านแล้วไม่เห็นคู่กรณีที่ไม่อยากเจอมากที่สุดชายหนุ่มก็ เป่าปากอย่างโล่งใจ เจ้าตัวทรุดลงนั่งบนเก้าอี้นั่งพักตัวหนึ่งที่โล่งว่างไม่มีคน แล้วมองดูป้ายแสดงเวลาที่รถไฟจะเข้ามาถึงเหลือเวลาอีกไม่กี่นาทีเท่านั้น เสียงเอะเอะเอ็ดตะโลดังมาจากวัยรุ่นกลุ่มใหญ่หนึ่งท่าทางจะขาดความเกรงใจคน อื่น แถมยังไม่ยี่หระต่อสายตาตำหนิติเตียนที่มองไปที่กลุ่ม

ร่าง บางยักไหล่หยิบหูฟังจากเครื่องเล่นเอมพีสามยัดใส่หูคงช่วยบรรเทาเสียงนก เสียงกาที่น่ารำคาญนี้ไปได้บ้างล่ะนะ ไม่นานนักรถไฟโบกี้กลางเก่าก็กลางใหม่ก็เข้าเทียบชานชาลาพร้อมทั้งเสียง ประกาศบอกสถานีรายทางต่างๆ ที่ขบวนรถไฟจะผ่านไป ฮีซอลไหวไหล่รอให้ผู้คนเข้าไปในโบกี้แล้วก็ลุกตามไป ชายหนุ่มมองหาที่นั่งว่างๆ ไกลผู้ไกลคน ในเมื่อวันเป็นวันหยุดเองทั้งทีเขาก็ต้องการความสงบเป็นส่วนตัวเอาสักหน่อย พวกวัยรุ่นกลุ่มเมื่อครู่เดินผ่านที่นั่งของเขาไปแล้วเลือกที่นั่งเอาตรง เกือบจะสุดโบกี้ เสียงเจ้าหน้าที่ประกาศผ่านลำโพงของสถานีเรียกผู้โดยสารที่จะไปพร้อมกับรถไฟ ขบวนนี้เป็นครั้งสุดท้าย หากฮีซอลใส่หูฟังปิดกั้นตัวเองจากความรบกวนทั้งหลายแหล่มองออกไปนอกหน้าต่าง ด้านนอกโบกี้ผู้โดยสารหลายคนที่ประสงค์จะเดินทางในเที่ยวนี้รีบวิ่งเข้า โบกี้ และหนึุ่งในนั้นก็มีชายในชุดสีดำตลอดทั้งตัววิ่งเข้ามาทันพอดิบพอดีก่อน สัญญาณเตือนครั้งสุดท้ายให้ปิดประตูโบกี้รถไฟ

ที่ นั่งบนรถไฟเมื่อครู่ตอนนี้เนืองแน่นไปด้วยผู้คน หลายต่อหลายคนมองหาที่นั่งที่ตนเองพึงพอใจ ร่างบางไม่ได้สนใจผู้ึคนที่ผ่านตนเองไปมา มองไปนอกหน้าต่างรับชมทิวทัศน์ที่กำลังเปลี่ยนไป รถไฟเคลื่อนออกจากสถานีต้นทางอย่างช้าๆ ก่อนจะค่อยเปลี่ยนความเร็วขึ้นตามลำดับ ช่วงที่ในตู้โดยสารเนืองแน่นไปด้วยผู้คนฮีซอลรู้สึกว่าที่นั่งว่างข้างตนเอง มีแรงกระแทกลงนั่ง เขาปรายสายตามองตามสัญชาติญาณหากเมื่อเห็นเต็มตาว่าผู้มาใหม่คือใครเจ้าตัว ก็เกือบจะแหกปากลั่น

"นาย!"

ดู เหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้สนใจคนที่นั่งด้วยเท่าไหร่ ชายหนุ่มชุดดำกำลังควานหาสัมภาระจากในกระเป๋าใส่กล้องใบโต หากเสียงเข้มที่ดังจากข้างตัวทำให้ชายหนุ่มหันมอง

"อ้าว นายอีกแล้วเหรอ บังเอิญนะนี่"

"ดวงซวยล่ะซิไม่ว่า ไปนั่งที่อื่นซ่ะ นี่มันที่ของฉันนะ"

"นายสร้างรถไฟคันนี้เหรอไง ดูรอบๆ ซิมันมีที่ว่างที่อื่นอีกตรงไหน"

ฮีซอลเปลี่ยนท่าชะเง้อมองไปรอบตู้โดยสาร มันต่างเต็มไปด้วยผู้คนไม่มีที่ว่างอื่นใดเหลือเลยจริงๆ

"ไม่ได้ ๆ ๆ ไปนั่งที่อื่นซ่ะ ฉันไม่อยากนั่งข้างๆ นาย"

"เหอะ แล้วมันเรื่องอะไรที่ฉันจะต้องลุกล่ะ"

คิมฮีซอ ลกัดปากแน่น ไม่มีวันซ่ะหรอกที่จะให้เขานั่งข้างๆ ไอ่คนลอยหน้าลอยตาแถมวาจายังน่าลังกาเกรียวถวายคนนี้ ให้มันรู้ไปซิว่าเขาจะแพ้หมอนี่ รู้จักคิมฮีซอลน้อยไปซ่ะแล้ว

"งั้นก็หลีกทางซิ ถ้านายไม่ลุกไปหาที่นั่งใหม่ ฉันไปเองก็ได้"

"ตามสบาย" ชายหนุ่มชุดดำลุกขึ้นเปิดทางให้ฮีซอลออกไป ร่างบางเดินกระฟัดกระเฟียดจนแทบจะชนชายหนุ่มเข้าให้

"อ่อ นี่แต่ขอบอกไว้ก่อนนะ ว่าโบกี้อื่นก็ไม่มีที่นั่งว่างหรอก"

ฮีซอ ลชะงักกึก แต่เพราะคำพูดที่ลั่นไปแล้วและไม่ว่ายังไงเขาก็จะไม่นั่งใกล้นายผู้ชายชุดดำ คนนี้เด็ดขาด หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่ยอมซิน่า ร่างบางเลยเดินปึงปังไปสำรวจหาที่นั่งว่างอื่นๆ ด้วยตัวของเขาเอง


- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - 

โว้ย นี่มันวันโลกาวินาศอะไรกัน ทำไมคนเยอะขนาดนี้ฟ่ะ

ฮีซอ ลทำหน้าบอกบุญไม่รับเดินกลับมาที่โบกี้เดิมอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนๆ ก็ไม่มีที่นั่งเหลือเลยสักกระพีกเดียว หลังจากเดินวนไปวนมาร่างบางก็กลับมายืนแหมะที่เดิมอีกครั้ง ชายชุึดดำกลางหนังพิมพ์อ่านไม่ได้สนใจรอบข้างแม้แต่น้อย จนกระทั่งฮีซอลเดินไปหยุดใกล้ๆ

"ไง เลิกหาแล้วเหรอ" ชายหนุ่มลดระดับหนังสือพิมพ์ลง ลุกขึ้นยืนให้ฮีซอลเบียดตัวเข้าไปนั่งที่เดิม ร่างบางไม่ได้ตอบคำถามหากส่งเสียงดัง เหอะ ออกมาแทน

เอาว่ะ ทนๆ สักหน่อยเดี๋ยวไอ่นี่มันก็ลงไป

"ไหนๆ เราก็ร่วมทางด้วยกันแล้วมาเป็นมิตรกันดีกว่าน่า นายชื่ออะไรน่ะ"

"คิมฮีซอล" เจ้าตัวตอบห้วนๆ เอาเถอะตอบไปหน่อย เดี๋ยวจะหาว่าคนสวยไว้ตัว

"ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันชื่อฮันเกิง หวังว่านายคงจะเลิกเดินไปเดินมาสักทีนะ"

"นี่ นาย กล้าดียังไงฮ๊ะ"

ดวง ตาคมตวัดวาบพลางขึ้นเสียงหมายจัดการชำระแค้นทุกสิ่งทุกอย่าง หากเมื่อหันไปชายหนุ่มเป้าหมายยกหนังสือพิมพ์ขึ้นปิดหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ผู้โดยสารเบาะข้างหน้าและถัดไปต่างมุ่งมองที่เขาเป็นตาเดียว ฮีซอลรีบหันหน้าหนีไปชิดกระจกหน้าต่างทันที พร้อมนึกเข่นเคี้ยวในใจ

จะฮันเกิง ฮันแกงอะไรฉันไม่สนใจเฟ้ย ไอ่บ้า นายมันเป็นตัวซวยสุดๆ เลย

 

To be continue
    

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ก๊ากกกกกกกกกกกกกกก
ไม่น่าเชื่อว่าอีสวยจะแพ้ฮัน
ปากอย่างงี้เค้ารู้ว่าเม่อยากจับมาจูบชิมิ ^o^

ปล...แล้ววอนคยูเค้าล่ะ - -"

#1 By ~ Aphrodite ~ on 2008-07-19 09:41

อ้ากกกกกกกกกกกกกก
เจ้น่าร้ากจิงๆ
ป๋าสุดยอดเรย ^^

#2 By lovecinderella on 2008-07-20 21:44

ดวงสมพงษ์กันจริงนะสองคนนี้ ~
คนนึงอุส่าห์หนี อีกคนอุส่าห์บังเอิญตามมา

แล้วทำไมฮันกวนงี้ล่ะะะ แอบร้ายซะด้วย =3=''
เล่นซะฮีชอลใบ้กินเลยทีเดียว ฮาๆๆ
แต่ตอนจบของเรื่อง เอ่อะ ..มันค้างมากๆเลยแหละพี่ไม TT

#3 By ziilch (58.9.119.251) on 2008-07-20 22:05

มันเยอะ เดี๋ยวว่าง ๆ กลับมาอ่าน

#4 By Ja$iNo on 2008-07-21 08:54