{Jungsoo HBD fiction}Two Hearts Beating As One:Youngwoon/Jungsoo

posted on 02 Jul 2008 06:34 by bipolardisorder  in fiction

Yaoi/B*Love Fiction Warning 

 

TITLE: Two Hearts Beating As One

AUTHOR: applepetz

RATING: NC-17

PAIRINGS: KimYoungwoon|ParkJungsoo (Super Junior member)

SUMMARY: อะไรจะเกิดขึ้นในวันเกิดของลีดเดอร์ เมื่อทั้งเขาและยองอุนต่างทำงานยุ่งจนไม่มีเวลาได้พบกัน

DISCLAIMER: เหตุการณ์ทั้งหมดในเรื่องเป็นการแต่งขึ้นมาเองไม่เคยเกิดขึ้นจริง สถานที่บางแห่งที่ปรากฏก็เป็นเรื่องสมมติ

COMMENTS: กะจะให้เสร็จภายในวันเกิดทึกกี้แต่เพราะมัวแต่ประเหลาะชายอื่น ((ก๊าก)) เลยเกินมาหนึ่งวัน TT TT ขอบคุณที่แวะมาอ่านเรื่องนี้นะคะ ติชมได้เต็มที่ค่ะ อ่อ ยังไม่ได้บรู๊ฟคำผิดด้วย อิชั้นสารภาพว่าตอนนี้ตัวเองจ๊าดง่าวภาษาไทยสุดๆ ขอ Happy Birthday ลีดเดอร์คนเก่งย้อนหลังด้วย มีความสุขมากๆ นะจ๊ะทึกกี้ ^^v

 ↑ credit > tagged

 

"นี่วันเกิดปีนี้พวกพี่อยากจะได้อะไรกัน"

เปิดประตูพรวดพลาดเข้ามาในห้องคนอื่นแบบไม่เคยเคาะแบบนี้มีแค่เพียงคนเดียวเท่านั้น ฮยอกแจถือวิสาสะนั่งลงบนเตียงนอนของรุ่นพี่ร่วมวงอย่างไม่ต้องเชิญ คนหนึ่งที่เป็นเจ้าของห้องกับอีกคนที่เป็นอดีตเจ้าของห้องมองมาทางต้นเสียง จองซูเพิ่งอาบน้ำเสร็จ สวมเสื้อคลุมอาบน้ำไว้มีผ้าขนหนูวางโปะอยู่บนหัวพยายามเช็ดผมให้แห้ง ส่วนฮีซอลละสายตาจากการ์ตูนในมือ ชั่วขณะหนึ่งที่ทั้งสองคนบังเอิญสบตากันก่อนจะเสมองไปคนล่ะทาง

“ตักบาตรอย่าถามพระไม่เคยได้ยินเหรอฮยอกแจ”

พี่ใหญ่ของวงบอกพลางยิ้มแล้วขยับมือเช็ดผม ส่วนอีกคนหันมองออกไปนอกหน้าต่างจิตใจไม่ได้จดจ่อกับหนังสือการ์ตูนที่ถือมาอีกต่อไป

“เฮ่อ ยากจัง บอกตรงๆ นะว่าผมยังไม่รู้จะซื้ออะไรให้พวกพี่เลย ใกล้จะวันเกินพวกพี่แล้วบอกผมหน่อยซิว่าอยากได้อะไรกันบ้างอ่ะ” ฮยอกแจเปรยออกมา “พี่ฮีซอล, พี่จองซูไม่มีอะไรที่อยากได้เป็นพิเศษบ้างเหรอ ผมขี้เกียจคิดล่ะ เอาพี่ยองอุนกับพี่ฮันคยองมาผูกโบว์ให้พวกพี่ดีไหม๊” คนพูดกะล้อเล่นขำๆ หากบรรยากาศมันไม่พาไปแม้แต่น้อย

“ฮึ ทำไมต้องเอาเจ้าบ้านั่นด้วย ถ้าของขวัญวันเกิดจากนายไม่ถูกใจฉันนายตายแน่ฮยอกแจ ฉันกลับห้องล่ะ ง่วงแล้ว” ฮีซอลลุกขึ้นชี้หน้าฮยอกแจเป็นการคาดโทษก่อนสะบัดหน้าออกจากห้องไปพร้อมด้วยเสียงประตูเปิดปิดปึงปัง ฮยอกแจมองตามร่างบางที่หายออกไปจากห้องอย่างงุนงง

“ผมพูดอะไรผิดงั้นเหรอ รู้สึกว่าตั้งแต่พวกนั้นไปเมืองจีนพี่ฮีซอลดูเหงาๆ นะครับ” เจ้าตัวหันไปถามจองซูที่เปลี่ยนมาใส่ชุดนอนเรียบร้อยแล้ว     

“เอาเถอะอย่าคิดมากเลย นายซื้ออะไรให้พวกพี่ๆ ก็ดีใจแล้วล่ะที่พวกนายไม่ลืมวันเกิดพวกพี่น่ะ”

“พวกพี่ไม่มีอะไรที่อยากได้จริงๆ เหรอเนี๊ยะ ถ้าผมซื้อของขวัญมาให้ไม่ถูกใจไม่รู้นะ” คำพูดนั้นทำให้จองซูได้แต่หัวเราะอย่างเอ็นดู 

“โอเคๆ ผมไม่กวนพี่แล้วไปนอนดีกว่า ราตรีสวัสดิ์นะครับพี่จองซู เช้านี้เจอกันครับ อย่าเอาแต่อัพไซเวิร์ดอีกน่ะพี่ นอนได้แล้วล่ะ” เจ้าตัวดีทิ้งท้ายไว้ด้วยความเป็นห่วง จองซูพยับหน้ารับความห่วงใยจากรุ่นน้องร่วมวง

หลังจากที่ฮยอกแจปิดประตูออกจากห้องไปแล้ว จองซูนั่งคิดถึงคำถามที่ถูกถามเอาไว้อีกรอบ ของที่อยากได้เป็นพิเศษอย่างนั้นเหรอ มีซิ แต่พูดออกไปแล้วมันก็ไม่มีทางเป็นไปได้สู้เก็บมันเอาไว้ในใจดีกว่า

ชายหนุ่มหยิบมือถือขึ้นมาจากในกระเป๋าสะพาย วอลเปเปอร์หน้าจอเซทไว้เป็นรูปของยูนิทล่าสุดที่เพิ่งออกมา บนจอไม่มีรายละเอียดใช้งานใดๆ ทั้งนั้น มีเพียงตัวเลขที่บอกเวลา 01.25am อยู่ริมขอบล่างของจอ นิ้วเรียวกดปุ่มเช็ครายชื่อที่โทรฯออกพลางลังเลใจที่จะกดหาหมายเลขสุดท้ายที่ตนเองติดต่อไป

พลางคิดอีกฝ่ายคงกำลังวุ่นวายกับการถ่ายหนังที่เร่งขึ้นทุกวัน เจ้าตัวจึงวางมือถือลงไว้บนโต๊ะ แล้วเดินไปปิดไฟห้องนอน ตอนนี้ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความมืด มีแค่แสงสว่างเล็กน้อยจากหน้าจอมือถือที่นอนนิ่งอยู่บนโต๊ะ จองซูมองเห็นรูปวอลเปเปอร์ได้อย่างชัดเจน 

ถ้าบอกว่าเขาอยากได้ ... เวลา ... จะมีใครให้เขาได้บ้างนะ ?

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

“...ซู พี่จองซู”

“อ๊ะ”

เร่งเขย่าเบาๆ ปลุกจองซูออกจากภวังค์ส่วนตัว  

“เป็นอะไรรึเปล่าพี่จองซูทำไมวันนี้พี่ดูเหม่อจังเลย” ซองมินเอ่ยถามอย่างกังวล เท่าที่สังเกตได้จองซูดูแปลกๆ มาหลายวันแล้ว ในเวลาที่ไม่ได้ทำงานดูเหมือนจองซูจะเหม่อลอยไปไกล

“เปล่านี่พี่ปกติดีออกว่าแต่มีอะไรเหรอ”

“ใกล้เวลาจะต้องอัดแล้วนะครับ ผมเลยมาตามพี่”

“อ้าว แล้วยองอุนล่ะ ?”

“อาทิตย์นี้พี่ยองอุนติดถ่ายหนังไงครับเลยขึ้นแสดงกับพวกเราไม่ได้” 

“จริงซิ พี่ลืมไปสนิท งั้นไปกันเถอะเดี๋ยวคนอื่นจะรอ” จองซูรีบลุกขึ้นอย่างกระวีกระวาด พอเป็นเรื่องงานแล้วแทบจะไม่หลงเหลือความเฉยชาอ่อนล้าเอาไว้ให้เห็น นี่เป็นนิสัยของลีดเดอร์ที่ขันแข็งของวง บางครั้งทำให้คนในวงเป็นห่วงถึงสุขภาพของเขา ซองมินเดินออกจากห้องแต่งตัวตามไปติดๆ มองตามแผ่นหลังบอบบางนั้นด้วยความกลุ้มใจ

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

ภายหลังจากการบันทึกการแสดงเพลง 요리왕 จบลงท่ามกลางเสียงเชียร์ของแฟนๆ ที่มาให้กำลังใจในวันนั้น แฟนสาวๆ หลายคนตะโกนร้องเพลงแฮปปี้เบิร์ธเดย์ให้ชายหนุ่ม ก่อนจะกลับเข้าไปหลังเวทีจองซูโบกมือขอบคุณแฟนๆ ทุกคน เพราะมัวแต่กล่าวคำขอบคุณให้บรรดาแฟนๆ ในสตูดิโอเขาจึงกลายเป็นคนสุดท้ายที่เดินรั้งท้ายแถวระหว่างที่เดินกลับไปห้องแต่งตัว

รุ่นน้องคนอื่นๆ กำลังหัวเราะเล่นหัวกันอย่างสนุกสนาน หากจำนวนสมาชิกที่ควรมีทั้งหมด 6 คนกลับขาดหายไปเสียหนึ่ง

... พื้นที่ข้างๆ ที่ตอนนี้มันว่างเปล่า ...

คนอื่นมากมายที่ห้อมล้อมเขากลับไม่ทำให้รู้สึกอบอุ่นได้เหมือนกับเวลาที่มียองอุนอยู่ใกล้ๆ กี่วันแล้วที่ไม่ได้เจอหน้ายองอุน ระยะหลังยิ่งไม่ต้องพูดถึงแค่แมสแสจหากันหรือได้คุยกันผ่านโทรศัพท์เท่านั้น

ไม่มียองอุนคอยโผล่เข้ามาทักทายหลังกลับจากทำงานรอบดึก

ไม่มียองอุนคอยเดินข้างๆ เวลาลงจากเวที

และ ... ไม่มียองอุนคอยกอดปลอบเวลาเขาตื่นขึ้นมาตอนกลางดึก ...

พอคิดแบบนั้นแล้วน้ำตามันพาลจะไหลออกมาเสียให้ได้ เอ๊ะ! ไม่ได้ซิ นี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะมาอ่อนแอ จองซูคอยเตือนตัวเองทุกครั้งว่าสถานภาพของตัวเองอยู่ที่ตรงไหน ทั้งหมดที่ทำมาและกำลังทำอยู่ไม่ใช่เป็นการวิ่งตามความฝันของเขาอย่างนั้นเหรอ ? ที่ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่ก็เพราะมีความฝันแบบเดียวกัน ตัวเขาที่เป็นผู้ใหญ่ที่สุดในวงต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดและดูแลน้องๆ ไปด้วย เขาไม่ควรจะอ่อนแอและคอยอ้อนใครถึงแม้ว่าจะเหงาจับใจก็ตาม

ใช่ ... เหงาจนแทบบ้าเลยล่ะยองอุน    

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

อีกด้านของคนที่ถูกคิดถึง ยองอุนนั่งอยู่หน้ากระจกภายใต้การดูแลของช่างแต่งหน้า

“ยองอุนใต้ตาคล้ำนะ เมื่อคืนไม่ได้นอนรึไง” เสียงช่างแต่งหน้าคนหนึ่งที่กำลังดูแลใบหน้าของเขาอยู่บ่นเสียงดังให้ได้ยิน ยองอุนส่ายหัวอย่างเหนื่อยหน่ายพลางตอบ

“จะได้นอนเต็มอิ่นได้ยังไงล่ะครับ เมื่อวานกว่าจะเลิกกองก็ปาเข้าไปเกือบสว่าง กลับถึงอพาร์ทเม้นต์ตอนหกโมงเช้าได้นอนไม่กี่ชั่วโมงก็ต้องตื่นออกมาถ่ายต่อแล้ว ผมว่าถ้าถ่ายกันแบบนี้ต่อไปไม่ใช่แค่แพนด้านะ ผมจะกลายเป็นซอมบี้แล้ว”

คนฟังได้แต่หัวเราะขำ นิสัยสบายๆ ขี้เล่นของยองอุนสนิทกับคนอื่นได้ทั้งกองถ่าย

“งั้นเดี๋ยวจะลงคอนซีลเลอร์ปิดให้ล่ะกัน ไม่หนักหนาสาหัส ไม่เกินมือเจ๊”

“ขอบคุณครับ”

ระหว่างรอการแต่งหน้า เขาหยิบมือถือขึ้นมา ชายหนุ่มลังเลใจที่จะโทรฯไปหาจองซู วันพิเศษและสำคัญขนาดนี้พวกเขาทั้งสองคนไม่มีเวลาได้เจอหน้ากันด้วยซ้ำ เขาควรจะเป็นคนแรกที่ได้เอ่ยแฮปปี้เบิร์ธเดย์กับจองซูแล้วใช้เวลาทั้งวันด้วยกันสองคน แต่ความจริงกับสิ่งที่คาดหวังมันมักจะสวนทางกันเสมอ

เมื่อเช้าตอนกลับไปถึงอพาร์ทเม้นต์เขาก็ไม่อยากปลุกจองซูที่ทำงานหนักมาทั้งวัน ส่วนจองซูเองก็คงไม่อยากปลุกเขาที่เพิ่งได้นอนไม่กี่ชั่วโมงเช่นกัน 

ตอนนั้นทีมงานกองถ่ายเดินตรงเข้ามาหายองอุนพร้อมข้อความจากผู้กำกับ

“ยองอุนแต่งหน้าเสร็จแล้วไปหาผู้กำกับนะ เดี๋ยวจะเริ่มอธิบายฉากวันนี้กันแล้ว”

“อ๊ะ ครับ ขอบคุณมาก” ยองอุนหันไปกล่าวคำขอบคุณกับทีมงานที่อายุมากกว่า แล้วหันไปถามช่างแต่งหน้า “เสร็จแล้วใช่ไหมครับงั้นผมไปแล้วนะ”

“จ๊ะ เรียบร้อยแล้ว หล่อเต็มสตรีมเลย”   ยองอุนหัวเราะร่วนกับคำตอบ

“ขอบคุณมากเลยนะครับ” แล้วจึงเด้งตัวออกจากเก้าอี้ เดินไปหาผู้กำกับที่นั่งอยู่ห่างออกไป ชายหนุ่มก้มลงมองโทรศัพท์มือถืออีกครั้งพลางถอนหายใจแล้วเก็บมันลงในกระเป๋าถือส่วนตัว

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

หลังจากบันทึกเทปเสร็จ บางคนที่ไม่มีงานต่อก็กลับไปทำธุระส่วนตัว หากจองซู, ฮยอกแจ และซองมินต้องไปอัดรายการเกมส์โชว์ต่อหลังจากนั้น บนรถตู้ของบริษัท จองซูเลือกนั่งแถวกลางพอได้ที่นั่งปุ๊บเขาก็ยัดหูฟังจากเครื่องเล่น iPod ใส่หูทันทีแล้วฟุบหน้าพิงกับกระจกรถ ดึงฮู๊ดปิดหัวรูดซิปปิดคางเป็นสัญญาณตัดตัวเองออกจากคำชวนสนทนาใดๆ ทั้งสิ้น

ซองมินกับฮยอกแจที่เดิมตามหลังมาเลือกนั่งห่างจากลีดเดอร์ไปทางด้านหลัง ท่าทีประหลาดไปเช่นนั้นทำเอาทุกคนอดเป็นห่วงไม่ได้ เมเนเจอร์อัปป้าที่คอยดูแลก็สังเกตได้ถึงความผิดปกติแต่เพราะต้องขับรถเลยได้แต่มองจากกระจกส่องหลัง ซองมินสะกิดฮยอกแจเป็นเชิงถาม ตั้งแต่เริ่มทำรายการวิทยุด้วยกัน ฮยอกแจดูจะสนิทสนมและใช้เวลาการทำงานกับจองซูมากที่สุด หากฮยอกแจได้แต่ส่ายหน้ายิก ตัวเขาเองก็ไม่รู้ถึงสาเหตุการเปลี่ยนไปในช่วงนี้ของจองซู ทั้งสองคนกระซิบกระซาบกันอย่างแผ่วเบา ถึงแม้ว่าจองซูจะยัดหูฟังใส่หูแล้วก็เถอะแต่พวกเขาก็ยังไม่กล้าพูดคุยด้วยระดับเสียงปกติอยู่ดี

“ฉันว่านะมีคนเดียวล่ะที่พอจะรู้ว่าพี่จองซูเป็นอะไร” ฮยอกแจเริ่มการสนทนาอย่างระมัดระวัง

“ใครเหรอ?”

“พี่ฮีซอลไง ช่วงนี้เห็นพี่ฮีซอลไปขลุกที่ห้องพี่จองซู ไม่อย่างนั้นพี่จองซูต้องเดินไปหาพี่ฮีซอลเวลากลับจากทำงานน่ะ” ซองมินรับฟังข้อมูลพลางพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ เริ่มมองเห็นคำตอบลางๆ

“พี่ฮีซอลเองช่วงนี้ก็ดูเหงาๆ นะ พี่ฮันคยองกับซีวอนแล้วทงเฮอีกก็ดันไปทำงานที่จีนยาวขนาดนั้น กิบอมก็ย้ายไปอยู่คนเดียวแถมเอาแต่ถ่ายหนัง ส่วนพี่จองซู ... อื่ม ช่วงนี้พี่ยองอุนก็เอาแต่ถ่ายหนังซินะ ช่วงนี้พวกเราก็แทบจะไม่ได้เจอพี่ยองอุนเลยนี่นา” ซองมินยังคงพยักหน้ารับอยู่

ขนาดพวกเขาไม่ได้เจอพี่ยองอุนยังเหงาหู แล้วพี่จองซูจะคิดถึงพี่ยองอุนขนาดไหนกันนะ แล้วยังมีพี่ฮีซอลให้เป็นห่วงอีกหนึ่งคน

แต่จองซูก็คือจองซู พอถึงเวลาหาองค์หงอยเหงาเศร้าซึมก็จากไป กลับมากระปรี้กระเปร่าใส่ใจและทุ่มเทกับงานแบบที่จองซูเป็น หากพอเสร็จจากงานก็กับไปเป็นแบบเดิมอีก จองซูปิดประตูเก็บตัวในโลกของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่ได้สนใตหรือใส่ใจรอบข้างทั้งสิ้น รอแค่ให้ถึงเวลางานเท่านั้น

เสียงถอนหายใจประสายกันหนักหน่วงมาจากสองคนที่นั่งอยู่เบาะท้ายของรถตู้

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

งานสุดท้ายของวันนี้ของจองซูคือการจัดรายการวิทยุ ก่อนเริ่มงานชายหนุ่มเช็คดูโทรศัพท์มือถือของตนเองอีกครั้ง ตลอดทั้งวันนี้เจ้าเครื่องมือสื่อสารทำหน้าที่ของมันไม่ได้ขาด ทั้งครอบครัวที่โทรฯมาอวยพรตั้งแต่เช้า บรรดาเพื่อนๆ ที่รู้จักกัน ขนาดทงเฮที่แสนงกยังลงทุนยืมโทรศัพท์ของซีวอนโทรฯเข้ามา จากเพื่อนร่วมวงคนอื่นๆ หรือเมเนเจอร์อัปป้าเขาก็ได้รับคำอวยพรแล้ว ขาดก็แค่เพียงคนเดียว ... ยองอุน

แน่นอน เขารู้ว่ายองอุนทำงานหนักขนาดไหน เมื่อตอนสายก่อนออกมาทำงานเขาโผล่เข้าไปที่ห้องนอนของยองอุนเห็นชายหนุ่มกำลังหลับสบายก็ไม่กล้ารบกวน ถึงจะคิดแบบนั้นแต่ก็อดรู้สึกน้อยใจและเหงาไม่ได้

จองซูสลัดความคิด เตือนตัวเองเอาไว้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งรำพัน เขาเก็บโทรศัพท์กลับเข้าที่เดิมของมัน แล้วหันไปจดจ่อกับงาน วิธีเดียวที่จะไม่ปล่อยให้ตัวเองว่างจนคิดเรื่อยเปื่อยได้สำหรับจองซูคือมุทำงาน

สัญญาณไฟ on air หน้าห้องส่งเริ่มขึ้นเป็นสัญญาณการเริ่มงานของเขา แฟนๆ ต่างมาให้กำลังใจกันแน่นขนัด บางคนเขียนข้อความอวยพรวันเกิดในแผ่นป้ายพยายามชูให้เขาเห็น จองซูส่งยิ้มและโบกมือไปที่พวกเธอสื่อว่าเขามองเห็นมันแล้ว เขาเริ่มงานหลังจาก logo song จบลง

การทำงานก็เหมือนทุกวันเป็นไปอย่างราบรื่นไม่ติดขัด ทีมงานเซอร์ไพร้ซ์เขาด้วยสตอร์เบอรรี่เค้กก้อนโต และแขกรับเชิญในวันนั้นก็พูดคุยอย่างสนุกสนาน ก่อนจะเข้าเบรคสุดท้ายของรายการ ทีมงานคนหนึ่งเดินเข้ามาหาจองซูและฮยอกแจ

“จองซู ฮยอกแจ เดี๋ยวเบรคนี้มีการแก้สคริปนิดหน่อยนะ”

“เอ๊ะ มีอะไรเหรอครับ” จองซูถามอย่างแปลกใจ เพราะปกติการแก้สคริปจะใช้เวลาที่เกิดเหตุการณ์ฉุกละหุก ถ้าหากทุกอย่างเรียบร้อยเป็นปกติแบบนี้ไม่น่าจะมีการแก้ไขอะไร

“เดี๋ยวจะเปิดรับโทรศัพท์จากทางบ้านนะ ไม่มีอะไรหรอก แค่ให้พูดคุย ขอเพลงธรรมดา ก็คุยไปตามปกติล่ะกัน”

“ครับ” ถึงรับคำไปก็ยังประหลาดใจไม่หาย แต่จองซูก็หันความสนใจไปหน้าจอคอมพิวเตอร์แทนเมื่อทีมงานกลับเข้าไปในห้องส่ง โดยไม่ทันได้เห็นคนที่นั่งเงียบอย่างไม่นึกประหลาดใจอย่างฮยอกแจลอบอมยิ้ม

เบรคสุดท้ายของรายการเปิดขึ้นด้วยการขอรับสายจากทางบ้าน หลังจากเปิดเพลงคั่นเวลาสองสามเพลง ทีมงานก็โอนสายคนทางบ้านเข้ามาให้ทั้งสองคน

“สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับคุณสู่ kiss the radio “ ทั้งจองซูและฮยอกแจกล่าวต้อนรับอย่างพร้อมกัน

“เอ่อ สวัสดีครับคุณลีทึก คุณอึนฮยอก” ปลายสายจากทางบ้านกล่าวทักทายอย่างสุภาพ หากเสียงของชายคนนั้นสร้างความคุ้นเคยให้จองซู

“ช่วยแนะนำตัวหน่อยได้ไหมครับ” จองซูตอบกลับบทสนทนาอย่างแบบแผนดีเจ

“อ้อ ไม่บอกชื่อจริงได้ไหมครับ ผมเขินคนฟัง” คำตอบจากคนทางบ้านเรียกเสียงหัวเราะจากคนที่ฟังได้เป็นอย่างดี ขนาดแฟนๆ ที่ยืนอยู่ด้านนอกก็ฮาไปด้วย

“ถ้าอย่างนั้นจะให้เราเรียกคุณว่าอะไรดีล่ะครับ” ฮยอกแจที่พยายามกลั้นขำถามขึ้นบ้าง

“เอาอย่างนี้เรียกผมว่า พ่อหมี ล่ะกันนะครับ”

พ่อหมีอย่างนั้นเหรอ?

“โอเค งั้นคุณพ่อหมีอยากฟังเพลงอะไรครับ?”

“เอ่อ ขอเพลง 2 become 1 ของพี่ๆ fly to the sky ครับ” 

 เพลง 2 become 1 ของ fly to the sky อย่างนั้นเหรอ?

“ได้ครับ เดี๋ยวเราจะเปิดเพลงนั้นให้คุณ แล้วคุณมีอะไรจะฝากให้ผู้ฟังคนอื่นๆไหมครับ” ฮยอกแจเปิดช่องให้พ่อหมีเต็มที่

“ครับ คือ ผมอยากพูดอะไรกับคนพิเศษของผมหน่อยได้ไหมครับ”

“เชิญเลยครับ” จองซูตอนนี้ได้แต่นั่งฟังเงียบๆ ปล่อยให้ฮยอกแจจัดการทั้งหมด

“คนพิเศษของผม ๆ มั่นใจว่าตอนนี้คุณกำลังนั่งฟังอยู่ ผมอยากจะบอกคุณว่าขอโทษและจะไม่พูดอะไรมากไปกว่านี้เพราะความรู้สึกทั้งหมดของผมมันอยู่ในเพลงที่คุณกำลังจะฟังนั้นหมดแล้ว ผมอยากจะบอกคนพิเศษว่า พ่อหมีรักนางฟ้าที่สุด ขอบคุณมากครับ”

“ครับ ขอบคุณพ่อหมีที่โทรฯมาหาเราเช่นกันครับ งั้นเราไปฟังเพลง 2 become 1 กันเลยดีกว่าเนอะ ถึงนางฟ้าคนพิเศษจากพ่อหมีครับ”

ฮยอกแจแทบจะกลั้นยิ้มเอาไว้ไม่ไหวผิดกับลีดเดอร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้แต่ก้มหน้างุด ถ้าหากให้เงยหน้าขึ้นมาตอนนี้ทุกคนจะได้รู้กันหมดนะซิว่าจองซูหน้าแดงแค่ไหน

จากนั้นเสียงเพลง 2 become 1 ก็เริ่มต้นขึ้น

มันช่างยากเหลือเกินที่จะอธิบายถึงความรู้สึกที่ผมมีอยู่ข้างใน
ดังนั้น เพียงหลับตาลงและฟังผม...

ผมบอกตัวเองว่าไม่มีอะไรที่เป็นความมหัศจรรย์ไปได้
ก่อนที่ผมจะได้รู้จักคุณ ความคิดของผมยังอ่อนนัก
ความคิดที่ผมเชื่อว่าเวลาจะทำให้ความรักเลือนหาย
มันใช้ไม่ได้กับเรื่องของเราอีกต่อไป

หนึ่ง คุณเชื่อไหมว่าคนสองคนจะกลายเป็นคนคนเดียวกันได้?
คุณเข้ามาในชีวิตผม และผมก็กลายเป็นคนที่ต่างไปจากเดิม
สอง ก็คือคนสองคนเพื่อจุดหมายเพียงหนึ่งเดียว
เรากำลังเดินไปยังที่แห่งเดิม
ไปยังโลกที่เรียกว่า ชั่วนิรันดร์

บางครั้งผมทำให้คุณไม่มั่นใจ
คำพูดที่ว่าหัวใจของผมไม่ได้ดีเลิศ
คำพูดที่ว่าความรู้สึกนี้เปลี่ยนไปในบางครั้ง
โอ้ ผมรู้ ความรักที่คุณให้ผมมา
มันเป็นความรู้สึกที่แท้จริง... ผมขอโทษ
ตอนนี้ผมจะเชื่อแล้ว เชื่อในความรักที่ไม่สิ้นสุดนี้

เมื่อวานผมทำงานหนักทั้งวัน
และผมนอนหลับไป
เมื่อรุ่งอรุณ ผมคิดถึงคุณ และผมก็ลืมตาขึ้น
เมื่อคุณพบผม ผมบอกตัวเองว่า ความฝันของผมเป็นจริงแล้ว

หนึ่ง คุณผู้เป็นราวกับนางฟ้า..เป็นเพียงหนึ่งเดียวและดาวดวงเดียวของผม
เมื่อผมพ่ายแพ้ คุณช่วยผมหาทางออก
สอง ก็คือ เราเป็นคนสองคนซึ่งมีหัวใจเดียวกัน
เมื่อผมเจ็บปวด คุณก็เจ็บไปด้วยกันกับผม[1]

... พ่อหมีรักนางฟ้าอย่างนั้นเหรอ ... มีหวังจบรายการเวบคังทึกคงคึกคักแน่ๆ ให้ตายซิ  

= = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = = =

โชคดีที่เพลงนั้นกลายเป็นเพลงปิดรายการ จองซูข่มจังหวะการเต้นของหัวใจและจังหวะการพูดให้เป็นปกติ แต่ใบหน้ากลับร้อนผะผ่าว เขากรอกตามองรุ่นน้องคนสนิทเมื่อกล่าวปิดรายการจบ ฮยอกแจดูรื่นเริงอารมณ์ดีอย่างผิดสังเกต งานนี้เขาไม่ต้องเดาให้ยากว่าใครเป็นตัวการ

“สนุกมากไหมฮ่ะฮยอกแจ” จองซูแกล้งถามเสียงขุ่นแสร้งกลบความเขินอาย

“เรื่องอะไรเหรอครับ” คนถูกถามตีหน้าเฉยไม่รู้เรื่องรู้ราว

“หนอย อย่าให้จับได้นะ”

“พี่จองซูพูดเรื่องอะไรอ่ะ ผมไม่รู้เรื่องนะ” คำขู่ของจองซูดูจะไม่เป็นผล ฮยอกแจยังคงทำหน้าระรืนซ้ำยังหนักกว่าเดิมดูท่าจะถูกอกถูกใจที่ได้ยั่วยุพีชายคนโต จองซูก็เลยได้แต่จดจำวีรกรรมของน้องตัวแสบที่ฝากผลงานในวันเกิดของเขาได้อย่างน่าประทับใจ

ระหว่างทางจากห้องส่งไปยังลานจอดรถ ทั้งสองคนยังคงหาเรื่องเถียงกันไปเรื่อย ก่อนจะเดินผ่านตัวตึกไปยังชั้นจอดรถ ทั้งสองเห็นเมเนเจอร์อปป้ายืนรออยู่ที่มุมเสา เมเนเจอร์มินซองดับบุหรี่ที่สูบในทรายเมื่อเห็นทั้งสองคนเดินมา

“เรียบร้อยแล้วเหรอ?”

“ครับ อ๊ะ” จองซูรับคำแล้วอุทานขึ้นอย่างประหลาดใจ ระหว่างที่พวกเขาเดินมาเห็นได้ชัดว่ามีแค่เมเนเจอร์มินซองที่ยืนอยู่แค่คนเดียว แต่เมื่อเดินเข้ามาใกล้พ้นจากมุมเสา จองซูเห็นได้ชัดเจนว่านอกจากมินซองแล้วยังมีคนอื่นยืนอยู่ตรงนั้น

“ฉันให้เวลาชั่วโมงเดียวนะ ถ้าตีหนึ่งแล้วยังไม่เห็นกลับอพาร์ทเม้นต์จะโทรฯตามทุกห้านาที” เมเนเจอร์มินซองตบไหล่ของร่างสูงที่ยืนพิงเสาอยู่ ถึงจะฟังดูเคร่งครัดแต่น้ำเสียงไม่ได้ดุดันไปด้วย

“ไปได้แล้ว อย่าให้เสียเวลา มาฮยอกแจ รถจอดอยู่ทางนี้” 

ฮยอกแจเดินตามเมเนเจอร์ไปพลางผิวปากอย่างอารมณ์ดี

“แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะครับพี่จองซู ผมกับซองมินหาของขวัญที่พี่ถูกใจมาให้แล้วนะ พี่ยองอุนทำตัวเป็นของขวัญที่น่ารักหน่อยล่ะ” เจ้าตัวหัวเราะเสียงดังแซวรุ่นพี่ร่วมวงอย่างไม่เกรง จองซูอยากจะถวายมะเหงกให้สักหน่อยหากฮยอกแจผละหนีไปอย่างรวดเร็ว

มีแค่สองคนที่ยังอยู่ที่เดิม ยองอุนกุมมือของจองซูไว้จูงเขาไปถึงจุดจอดรถ

“ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ฉันนึกว่านายถ่ายหนังอยู่ซ่ะอีก” จองซูเริ่มคำถามในช่วงเวลาที่รถยนต์เคลื่อนตัวออกไปโดยมียองอุนทำหน้าที่ขับรถ

“มันก็ควรจะเป็นแบบนั้นล่ะ แต่พอดีผมไฮเปอร์เร่งถ่ายซีนของตัวเองให้เสร็จ พอมันหน้าที่ของผมแล้วก็เลยรีบออกมา”

“เหรอ แล้วนี่เราจะไปไหนกัน?”

“นั่นซิ ไปไหนดีล่ะ” ยองอุนหันไปเห็นหน้ามุ่ยของจองซูแล้วก็หัวเราะ “ไปไม่ไกลหรอกพี่เดี๋ยวถึงแล้วก็รู้เองล่ะ” เขาหันไปยิ้มให้จองซู การพูดคุยของทั้งคู่เป็นไปอย่างเรื่อยเปื่อยตลอดเส้นทางการขับรถ 

“จริงซิ ผมยังไม่ได้ถามพี่เลย”

“อะไรเหรอ?” จองซูละสายตาจากทิวทัศน์รอบด้านมองยองอุน ชายหนุ่มคนขับรถยิ้มกว้างแล้วเอ่ยถาม

“พี่ว่าพ่อหมีเขาน่ารักรึเปล่า”

“อ๊ะ”

“พี่รู้รึเปล่าพ่อหมีเค้าเขินแค่ไหนตอนโฟนอินเข้าไปในรายการนะ” ยิ่งยองอุนพูดเท่าไหร่จองซูก็รู้สึกว่าผิวหน้าของเขาร้อนจนแทบไหม้

“เขินแทบตายแหน่ะกว่าจะพูดออกมาได้ แถมคนฟังทั่วประเทศอีกต่างหาก ป่านนี้พ่อหมีมุดหัวอยู่แถวไหนแลวก็ไม่รู้เนอะ” หากคนพูดกลับมีแต่รอยยิ้มกว้างผิดกับคนฟังที่ตอนนี้ม้วนต้วนผินหน้าไปอีกทาง ถึงจะเบือนหน้าหนีปจากสายตาคมที่จ้องมาแต่เงาสะท้อนจากกระจกรถทำให้ยองอุนเห็นอย่างชัดเจนว่าจองซูหน้าแดงขนาดไหน

“พี่บอกผมหน่อยซิว่าพี่คิดว่าพ่อหมีเขาน่ารักรึเปล่า ถ้าพี่ไม่ยอมบอกนะพ่อหมีเขาน้อยใจแย่”

“ก็ ... น่ารักล่ะมั้ง” จองซูเค้นคำพูดออกมาได้อย่างยากเย็น ไม่ยอมหันไปมองคนถามคำถามแม้แต่น้อย

หลังจากขับรถมาเรื่อยๆ ตามเส้นทางจนกระทั่งมาหยุดที่สวนสาธารณะแห่งหนึ่ง ทั้งคู่ลงจากรถเดินตามทางเดินที่ปูด้วยอิฐตัวหนอนไปจนสุดเขตสวน หากด้านในสุดเป็นแม่น้ำกว้าง สะพานที่เชื่อมสองฝั่งแผ่นดินไว้ด้วยกันประดับประดาด้วยหลอดไฟนีออนหลากสีตลอดทั้งความยาว แสงไฟทอดต่ำสะท้อนลงบนผิวน้ำดูงดงามในยามค่ำคืน

“ผมควรจะเป็นคนแรกที่พูดแฮปปี้เบิร์ธเดย์กับพี่แต่แย่จังที่ทำไม่ได้ ...” ยองอุนหยุดจังหวะการพูดไปหน่อยนึง “ถ้าอย่างนั้นขอผมเป็นคนสุดท้ายที่ได้อวยพรให้พี่ได้ไหม”

จองซูพยักหน้าให้แทนคำตอบ ยองอุนคว้ามือของชายหนุ่มกุมไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง

“ถึงจะช้าไปหน่อยแต่แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะครับพี่จองซู”

ร่างสูงเลื่อนเข้าไปใกล้จนจองซูสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นกระทั่งริมฝีปากทั้งสองคนประกบกัน แขนแข็งแกร่งของยองอุนรวบร่างบอบบางของจองซูเข้ามากอดไว้ในอ้อมอก มือข้างหนึ่งโอบอุ้มท้ายทอยของร่างบางให้รับจูบจากเขาแนบสนิท ทั้งคู่ต่างแลกจูบอันแสนหวานด้วยอารมณ์สเน่หา

นาทีผ่านเลยไปจนกระทั่งเสียงระฆังจากหอนาฬิกากลางสวนสาธารณะดังขึ้น นาฬิกาทั้งเข็มสั้นและยาวซ้อนทับกันตรงเลข 12 วันใหม่กำลังจะเริ่มเข้ามาทิ้งวันเก่าไว้เป็นเสี้ยงหนึ่งของความทรงจำ ระฆังสั่นกังวาลไปทั่วทั้งเขตสวนสาธารณะเป็นจำนวนสิบสองครั้งก็เงียบลง

ยองอุนถอนริมฝีปากของตัวเองออกช้าๆ อย่างอ้อยอิ่ง หากจองซูยังคงซบอยู่บนอกแกร่งนั้นไม่ได้ถอยออกห่าง หากยิ่งเบียดตัวเองเข้าสู่อ้อมกอดของร่างที่สูงกว่าแน่นขึ้น ยองอุนเองก็รั้งร่างนั้นไว้ไม่ห่างกาย ทั้งสองไม่ได้สรรหาคำพูดใดมาขับไล่ความเงียบสงัดในยามดึกที่ปกคลุม หากใช้เวลาที่มีอยู่น้อยนิดแอบอิงกันและกันมองดูสายน้ำที่ไหลเอื่อยไปตามทางของมัน  

หากหยุดเวลาไว้ได้ เขาทั้งสองคนจะยืนอยู่ตรงนี้เคียงข้างกันและกัน จะจับจูง โอบกอด ประคับประคองกันและกันไปบนเส้นทางที่แสนยาวไกล

“พี่หิวรึเปล่า? ไปหาอะไรกินดีไหม?” ยองอุนเอ่ยถามหลังจากทั้งคู่จมอยู่กับความงียบเนิ่นนาน จองซูเงยหน้าช้อนสายตามองเจ้าของอกแกร่งที่ตนพักพิงในตอนนี้

“ป่านนี้แล้วยังจะมีร้านอาหารเปิดอยู่อีกเหรอ?”

“มีซิ ก็ร้านข้างทางธรรมดาแต่ผมรับประกันความอร่อยเลยนะ อยู่ใกล้ๆ สวนสาธารณะนี้เอง”

ยองอุนยิ้มให้ รอยยิ้มที่จองซูคอยมองหาตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมา สิ่งที่ห่างหายกลับเติมเต็มความว่างเปล่าของหัวใจให้เต็มอิ่ม

“นายรู้จักร้านแบบนั้นด้วยเหรอ”

“ตอนเป็นเทรนนี่ผมออกมาเที่ยวบ่อยแค่ไหนพี่ลืมแล้วเหรอ”

“นั่นซิ เด็กเกเรอย่างนายไม่น่าเชื่อว่าจะโตมาเอาการเอางานแบบนี้”

“พี่ว่าผมเหรออย่างนี้ต้องทำโทษนะ”

“เฮ้ย” จองซูร้องลั่นเพราะไม่ทันตั้งตัว ยองอุนคว้าร่างของเขาเขามาเบียดไว้ข้างกายมือใหญ่เกาะกระหวัดเอวเอาไว้

“เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าจะว่ายังไง” จองซูแกล้งทำเสียงเขียวใส่ หากคนลงมือทำกลับยิ้มร่า

“ก็ไม่ยังไง แค่เวบคังทึกจะได้คึกคักเท่านั้นเอง” เสียงหัวเราะดังอยู่ข้างๆ หูของร่างบาง จองซูนึกค่อนอยู่ในใจแค่ช็อทในรายการวิทยุก็คงทำให้บอร์ดดี้ด้ากันขนาดไหนล่ะนี่

“ผมยังไม่มีเวลาไปซื้อของขวัญให้พี่เลยแย่จัง ขอโทษนะครับ”

“ไม่ต้องหรอกแค่นี้ฉันก็ดีใจแล้ว” จองซูพูดพลางซบลงบนไหล่กว้าง ยองอุนกอดเอวของร่างบางไว้แน่นขึ้นให้แนบสนิทกับตนเอง พลางจูบลงบนศรีษะทุยได้รูป กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกลุ่มผมนุ่มราวเส้นไหมล่องลอยติดอยู่ในนาสิก สาบานได้เลยว่าเขาอยากหยุดเวลาเอาไว้ตรงนี้ไม่ไปไหน

จองซูคลี่รอยยิ้มด้วยความอิ่มเอม เขาไม่ต้องการของขวัญอื่นใด ไม่ต้องการข้าวของสวยหรูมีราคาหรือแก้วแหวนเงินทอง ขอเพียงแค่มีคนให้พักพิงยามท้อถอย คอยอยู่ข้างกายยามอ่อนล้าและเปลี่ยวเหงา แค่คนเพียงคนเดียวที่เขาต้องการ  

“ขอบใจนะยองอุน ฉันรักนายที่สุด” จองซูเงยหน้าส่งยิ้มกว้างให้ร่างสูง คนถูกบอกรักตอบแทนด้วยจูบอบอุ่นบนหน้าผาก เสียงทุ้มต่ำกระซิบอยู่ใกล้ให้จองซูได้ยินอย่างชัดเจนก่อนจะก้าวเดินออกจากสวนสาธารณะ

“ผมก็รักพี่ไม่น้อยไปกว่าเหมือนกัน”    

Fin

 



[1] คำแปลภาษาไทยเพลง 2 become 1 มาจากบ๊อก http://flywithyou.exteen.com ขอบคุณนุ้งดาวไว้ที่นี้ด้วยค่ะ อ่อ รวมเพลงด้วยนะเออ แต๊บนุ้งดาวมา ฮา



ปล. รับสมัครเบต้ารีดเดอร์ค่า อิชั้นเริ่มมีสกิลภาษาไทยตกต่ำลงทุกวันเซ็งจอร์จ

ปล. ฟิคเรื่องต่อไปคงทันวันเกิดฮีซอล ((มั้งค่ะ ^^"))

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

ยกมือ ๆ ขอสมัคร
แปะไว้ก่อน ตอนนี้อยู่ทำงาน แล้วจะกลับมาอ่าน

ปล....แล้ววอนคยูเค้าอ่ะ - -"

#1 By ~ Aphrodite ~ on 2008-07-02 09:05

เง้อ.......

เง้อ.......

เง้อ........

I hate this FICTION...

DID YOU GET THAT ANMAI>>>>angry smile

#2 By Ja$iNo on 2008-07-02 11:46

อิอิ

น่ารักมากมายอ่า

รออ่านวันเกิดเจ๊น้า

อิอิ

#3 By PLoY_violet on 2008-07-02 19:29

ว้อยยยยยยยยยยยยย
อิจฉา อ่านแล้วอยากมีแฟน

#4 By ~ Aphrodite ~ on 2008-07-02 19:59

^
^
^
พูดอย่างกับตัวเองไม่มี

หม่ามี๊ตีพุงนอนรออ่านฟิควันเกิดคุณนาย